PimJazz View my profile

[Fic II Part  Reborn] 10069 (Byakuran x Mukuro)

– Cherry [NC-17]-Part II (END)

 

Title : [SF Reborn] 10069 (Byakuran x Mukuro) – Cherry

Pairing: Byakuran x Mukuro 10069

Rate : NC-17

Warning : NC!! เอนทรีนี้มี NC นะค้า NC หมายถึงฉาก อจึ๋ย ดิ๋วๆ(ภาษาอะไร??- -*) ดังนั้นใครรับไม่ได้ กดปิดไปเลยนะจ้า>O<

 


“ฉันขี้เกียจรอแล้ว” เสียงทุ้มก้มลงกระซิบกระเส่าข้างหู มือหนึ่งก็เช็ดคราบแป้งออกจากแก้มเนียน เผยให้เห็นสีแดงระเรื่อบนใบหน้าชัดขึ้น

“ตะ..แต่… อีกแปบเดียวเอง…” ร่างบางแย้งแต่ปลายเสียงก็ขาดหายไปเมื่อริมฝีปากถูกจรดด้วยปากนิ่มของอีกฝ่าย รสชาติหวานอมเปรี้ยวของเชอรี่ผสมครีมเค้กหอมหวน และลิ้นร้อนผ่าวซอกซอน…หยอกเย้า…ยั่วยวน… ทำให้ร่างบางรู้สึกมึนเมาจนจูบตอบไปโดยอัตโนมัติ มือใหญ่ลูบไล้สัมผัสใต้เสื้อเชิ้ตไปทั่วผิวเนื้อที่เริ่มร้อนผ่าวตามอุณหภูมิทั้งภายในและภายนอกที่สูงขึ้น ได้แต่ส่งเสียงครางเครืออู้อี้อยู่ในลำคอ

“แฮกๆ...”

เมื่อร่างสูงผละออกให้ริมฝีปากของร่างตรงหน้าเป็นอิสระก็สังเกตุได้ว่าริมฝีปากบางตอนนี้แดงฉ่ำยิ่งกว่าลูกเชอรี่เสียอีก มุคุโร่ได้แต่หอบหายใจไร้เรี่ยวแรงจนต้องใช้แขนเกาะเกี่ยวบ่ากว้างของร่างสูงกว่าเอาไว้ ริมฝีปากร้อนและจมูกโด่งคมสันซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอขาวพร้อมทั้งดึงรั้งร่างเพรียวให้สัมผัสแนบชิด เขาลากผ่านริมฝีปากกลับขึ้นไปคลอเคลียข้างใบหูแล้วกระซิบแผ่วเบา…

“ก็…นายหวานกว่า”

และก่อนที่ร่างในอ้อมกอดจะได้เอ่ยทักท้วงใดๆริมฝีปากได้รูปก็ประกบบดเบียดลงมาอีกครั้ง รวดเร็ว..และร้อนแรงกว่าครั้งแรก ทำให้ขาเรียวหมดเรี่ยวแรงที่จะยืนอยู่อีกต่อไปหากไม่ได้อ้อมแขนแกร่งช้อนพยุงร่างเอาใว้ให้สามารถยืนอยู่ได้

มือใหญ่กระชากผ้ากับเปื้อนที่ถูกผูกเอาไว้หลวมๆออกก่อนจะค่อยบรรจงปลดกระดุมเสื้อตัวบางออกจากร่างในอ้อมแขนอย่างไม่เร่งร้อน ลูบไล้สัมผัสทั่วแผ่นหลังเรื่อยลงไปถึงสะโพกมนที่มีเพียงกางเกงผ้าตัวบางคอยกั้นสัมผัสร้อนแรงจากฝ่ามือของตนไว้เท่านั้น

“ดะ…เดี๋ยว…ก่อน..อ๊ะ” ร่างบางรวบรวมกำลังและสติเฮือกสุดท้ายก่อนที่จะหลุดลอยไป ใช้เรี่ยวแรงที่เหลือน้อยเต็มทียันอกกว้างออกไป เสียงสะท้านร้องห้าม พยายามหอบหายใจจนแผ่นอกสะท้อนอย่างเห็นได้ชัด คิ้วเรียวบนใบหน้าหวานขมวดมุ่นอย่างขัดใจ

“ผะ…ผมอยากให้คุณกินเค้กก่อน” เรียบเรียงคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก แต่ก็หาได้หลบรอดไหวพริบของร่างสูงไปได้ว่านั่นเป็นเพียงข้ออ้างที่จะทำให้หลุดพ้นจากเขาเท่านั้น

“แต่ฉันรอจนเบื่อแล้วนี่” ไม่พูดเปล่า...แต่ก้มลงขบเม้มไหล่เปลือยเปล่าให้เกิดรอยแดงขึ้นหลายจุด พร้อมทั้งบดเบียดร่างกายให้แนบชิดกว่าเดิมจนแทบไม่เหลือช่องว่างเอาไว้
“แต่ผมทำมาตั้งแต่บ่ายแล้วนะครับ…” ไม่ว่าเปล่าแต่มือเรียวบางนั้นยกขึ้นไล้สัมผัสใบหน้าคมสันที่อยู่ใกล้เพียงคืบอย่างแผ่วเบา ตาสองสีหรี่ลงอย่างพินิจและฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นเล็กน้อย แต่มีหรือที่คนอย่างเบียคุรันจะไม่สังเกตุเห็น

“หึหึหึ ก็ได้” ชายหนุ่มยอมผละออกไปแต่โดยดี ทำให้ร่างเพรียวบางลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก…แต่ก็เพียงไม่นานเท่านั้น

ร่างสูงหันกลับไปที่โต๊ะด้านหลังใช้นิ้วเรียวยาวป้ายครีมในถ้วยขึ้นแล้วหันกลับมาดึงรั้งร่างขาวนวลให้เข้าใกล้อีกครั้ง นิ้วเรียวชุ่มด้วยครีมข้นค่อยๆ ป้ายเนื้อครีมขาวลงบนลำคอระหงส์ เรื่อยลงไปถึงแผ่นอกบางและหน้าท้องเนียนราบ กระชากลมหายใจร่างเพรียวให้สะดุดขาดห้วงลงได้ทันที…

“เบียคุ...อ๊ะ อืม...” ร่างสูงไม่ยอมปล่อยให้จอมเจ้าเล่ห์ตั้งตัว ละเลียดเล็มครีมบนซอกคอขาวหอมกรุ่น ไล้ลงเลียบนแผ่นอกขาวฝากตราประทับสีแดงไว้จนทั่ว ขณะมือหนาลูบสัมผัสผิวกายนวลนุ่มลื่นมือของร่างบางแทบทุกตารางนิ้วก่อนจะใช้มืออีกข้างดึงรั้งกางเกงผ้ายืดเนื้อบางของร่างที่กำลังสั่นระริกให้ร่นลงไปกองอยู่กับพื้นอย่างไม่ใยดี

มือใหญ่ลูบไล้เคล้นคลึงลงไปถึงต้นขาขาวและ…บางส่วนของร่างบางที่เร่าร้อนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ… มุคุโร่ผวาเฮือกครั้งที่ปลายลิ้นร้อนสัมผัสยอดอกผ่านเนื้อครีมนุ่ม มือและปากของร่างตรงหน้าสัมผัสไปทั่วร่างเขาอย่างถือสิทธิครอบครอง สองมือที่โอบรอบคอของอีกฝ่ายได้แต่ขยุ้มคอเสื้อด้วยความอัดอั้นทรมานที่สูง ขึ้น…

เบียคุรันเอื้อมมือหยิบลูกเชอรี่สีสดบนถาดใหญ่ขึ้นมา ส่งผลหวานฉ่ำเข้าปากที่เผยออยู่แล้วตามด้วยจูบล้ำลึกปลายลิ้นร้อนตวัดแทรกเข้าไปแย่งชิมรสชาติความหอมหวานที่คลุกเคล้าผสมผสานจนร่างบางต้องคลางออกมาเบาๆอย่างกลั้นไม่อยู่ น้ำใสปนชมพูไหลล้นออกมาจากมุมปากของร่างที่ถูกมอบสัมผัสวาบหวามให้ไหลไปตามลำคอขาวเนียน

มือใหญ่เลื่อนลงมาสัมผัสเร่งเร้าส่วนอ่อนไหว เสียงครวญครางหวานจากอีกฝ่ายทลายปราการความอดทนของร่างสูงลงในที่สุด เขาตรึงร่างบางกับผนังด้วยร่างของเขาเองพลางริมฝีปากก็บทเบียดควานหาความหอมหวานจากโพลงปากเล็กและรำคอขาวไม่ขาด

 

“อ๊ะ..อ๊ะ อืออ..เบีย ...เบียคุ...รัน” เสียงหวานร้องเรียกชื่อเขาผสมผสานไปกับเสียงครางกังวานทำให้ร่างสูงแทบจะไม่อยากสนใจคำพูดที่อีกฝากกำลังจะเอ่ยเสียเลย แต่ถ้าจะทำอย่างนั้นก็ดูเหมือนจะใจร้ายเกินไป เพราะในขณะนี้ ร่างตรงหน้าก็แทบจะไร้เรี่ยวแรงไปกับการกระทำของเขาแล้ว

“หืม?...ว่าไง มุคุโร่คุง?” ตอบรับเสียงข้างหูพลางลิ้นร้อนสัมผัสดุนดันยอดอกสีสวยอย่างกระหายปนแกล้งเย้า

“อ๊า..อ๊ะ อืม..นี่มัน..ใน ครัว...อ๊ะ” เสียงหวานครวญครางไม่ได้ศัพท์แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาในการสื่อสารเท่าไรนัก

“หึหึ” ร่างสูงเพียงหัวเราะในลำคอก่อนจะช้อนร่างบอบบางที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไว้ในอ้อมแขนและออกเดินช้าๆไปยังโซฟาสีขาวตัวกว้างแทน

“แค่นี้ก็ไม่มีข้ออ้างแล้วใช่มั้ย? หึหึ” ร่างสูงว่าอย่างรู้ทัน และไม่รอคำตอบ ริมฝีปากได้รูปบดขยี้ลงบนริมฝีปากสีเชอรี่อีกครั้ง และครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนไล้ริมผีปากไปตาม แผ่นอกบางหยอกล้อกับยอดอกสีสดยั่วยวนเรียกเสียงครางจากร่างข้างใต้ได้ไม่หยุด แต่ร่างบางก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสแกร่งจากมือใหญ่เลื่อนเข้ากอบกุมส่วนอ่อนไหวและค่อยๆขยับเบาๆ

 

“อ๊ะ คุณเบียร์คุรัน ตรงนั้น..อ๊ะ อ๊า”

“ตรงนี้?...หึหึ ชอบสินะ” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้าคมคายยามได้แกล้งสายหมอกตรงหน้า มือใหญ่เร่งเร้าจังหวะเพิ่มขึ้นกับสายตาที่จ้องมองใบหน้าขาวใสที่บัดนี้ขึ้นสีแดงเรื่อไปถึงใบหูและลำคอด้วยอารมณ์ที่พลุพล่านจนยากจะควบคุม

“อ๊ะ ..อ๊าาาาาาา” เสียงหวานครางสุดเสียงพร้อมกับที่ร่างทั้งร่างเกร็งกระตุกก่อนจะล้มลงนอนอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าเล็กซุกลกกับหมองอิงใบใหญ่กลบเกลื่อนเลือดฝาดที่ขึ้นทั่วใบหน้า

“ต่อไปตาฉันบ้างล่ะนะ มุคุโร่คุง” ร่างสูงยิ้มกริ่มก่อนจะค่อยๆยกขาเรียวขึ้นและยังไม่ทันที่ร่างบางจะว่าอะไรสัมผัสร้อนวาบที่ช่องทางหลังก็ทำให้เจ้าตัวผวาขึ้นเกาะบ่ากว้างของร่างสูงแน่น ความรู้สึกแปลกปลอมที่บางสิ่งค่อยๆแทรกเข้ามาในร่างกายทำให้ร่างบางจิกเล็บลงบนบ่ากว้างแน่น ต่างจากอีกคนที่กัดริมฝีปากอย่างระงับอารมณ์ไม่ให้ทำอะไรรุนแรงไปกว่านี้

“เจ็บ..อื้อ...” ร้องประท้วงพลางพยายามขยับสะโพกมนหนี

“อย่าเกร็งสิมุคุโร่คุง” กระซิบเบาพรางมือใหญ่ปรนเปรอร่างบางไม่ขาด

“อึก...” มุคุโร่สะดุ้งหน่อยๆเมื่อร่างสูงค่อยขยับร่างเข้ามาใกล้ขึ้นแต่งดวงตาสีอเมทิสสวยที่จ้องลึกเข้ามาทำให้ความสงบค่อยๆก่อตัวขึ้นในใจของร่างบางอย่างประหลาด

เมื่อร่างในอ้อมกอดค่อยปรับการหายใจเป็นเป็นปกติร่างสูงจึงค่อยๆขยับร่างกายช้าๆอย่างเป็นจังหวะ ความต้องการที่รุนแรงจนแทบประทุออกมานี้ทำให้ร่างสูงแทบควบคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ ร่างกายของทั้งคู่เคลื่อนไหวสอดรับกันเป็นจังหวะตามอารมณ์ความรักและความต้องการที่มากขึ้น

“อ๊ะ อ๊ะ อา..อื้มม” เสียงครางหวานหูดังกระจายไปทั่วห้องแขนเรียวบางโน้มใบหน้าคมของเจ้าของเส้นผมสีขาวลงมาจูบอย่างดูดดื่มโดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำนั้นทำให้การควบคุมอารมณ์สุดท้ายของเบียคุรันขาดผึงทันที

“หึ นานโทษฉันไม่ได้แล้วนะมุคุโร่คุง” เสียงทุ้มต่ำกระซิบพร่าข้างหูกลืนกินเสียงตอบกลับของร่างบางให้กลายเป็นเสียงครางที่ดังขึ้นด้วยจังหวะการขยับการที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ

“อ๊ะ อ่า ไม่ไหวแล้ว เบียคุ อ๊ะ...รัน”

 “อืม...อ๊ะ อ๊ะ เร็ว เร็วอีก อ๊ะ อา ...” เสียงหวานเร่งเร้าด้วยแรงปรารถนาทั้งที่ริมฝีปากสีเชอรี่ยังคงส่งเสียงครางไม่หยุดจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง

“ฮืมม พร้อมกันนะ”

“อ๊าาาาาาาาา” สิ้นคำเสียงครางของทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกันโดยที่ร่างบางรู้สึกถึงความอุ่นในตัวที่ค่อยๆทะลักเข้ามา ร่างสูงโน้มลำคอลงจูบริมฝีปากบางพลางค่อยๆถอนตัวออกอย่างแผ่วเบาก่อนจะพลิกตัวกอดร่างเล็กกว่าเอาไว้แนบอกพรมจูบบนหน้าผากมนเบาๆ

“ขอโทษนะ เพราะนายเค้กเลยดูจืดไปเลย หึหึ แต่ฉันสัญญานะ ฉันกินแน่ๆ^^” ร่างสูงว่าพลางยิ้มกว้าง

“ชิ ไม่ต้องแล้วล่ะครับ ผมจะเอาทิ้งให้หมดเลย” ร่างบางตอบแทบจะทันทีและสะบัดหน้าไปอีกทางอย่างโดนขัดใจ

“หืมมม ใจร้ายจัง งั้นวันนี้นายจะเอาทิ้ง แต่วันอื่นนานจะทำไว้รอฉันทุกวันเลยใช่มั้ย!?>O<” ร่างโปร่งว่าอย่างมีความหวังพร้อมกลับซุกหน้าลงคลอเคลียไหล่มนเหมือนลูกแมวตัวเล็กๆ

“ไม่ครับ! จะวันนี้หรือวันไหนผมก็ไม่ทำให้แล้ว! ไม่รู้แหละ! ผมลุกไม่ขึ้นแล้ว รับผิดชอบด้วย! โซฟาก็เลอะหมดแล้วด้วย คุณมันจอมเอาแต่ใจจริงๆ!!” ร่างในอ้อมกอดร่ายยาวพร้อมกับใบหน้าหวานที่งอง้ำ ซึ่งในสายตาร่างสูงมันช่างดูน่ารักเสียนี่กระไร

“ว้า..เสียดายจัง แต่ว่า เอ...แล้วฉันจะรับผิดชอบยังไงดีล่ะทีนี้??” ว่าพรางยิ้มเจ้าเล่ห์ และก่อนที่มุคุโร่จะขยับตัวหนี ร่างสูงก็พลิกตัวขึ้นมากดข้อมือบางทั้งสองข้างไว้ก่อนจะบดจูบเร่าร้อนลงบนริมฝีปากสีเชอรี่อีกครั้ง...

 

 

.........................FIN……………………

T.Talk

ว๊ากกกกกกกก!! จบไปแล้วกับ nc !!>O<

สารภาพเลยว่าอ่านทวนแบบผ่านๆมากๆ

แบบว่า อ่านไปเขินไป ว๊ายยย!!!>////< (<<< อาการจิตรหลุดหลังแต่งnc- -*)

ขออภัยถ้าคำพูดหรือการบรรยายอาจดูขัดกันบ้าง ยังไงก็จะปรับปรุงขึ้นอีกนะคะ

(เป็นการบอกใบ้ว่าจะมีncมาอีกรึป่าวหว่า?? 5 55  5 5+)

ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน และ ติ-ชมนะค้า

และขอโทษด้วยที่ดองไว้ซะเค็มได้ที่เลยทีเดียว 5 5 5 +!!>O<


edit @ 26 Oct 2011 20:17:15 by PimJazz

edit @ 26 Oct 2011 20:28:37 by PimJazz

 

[Fic II Part  Reborn] 10069 (Byakuran x Mukuro)

– Cherry [NC-17]-Part I

 

Title : [SF Reborn] 10069 (Byakuran x Mukuro) – Cherry

Pairing: Byakuran x Mukuro 10069

Rate : NC-17

Warning : NC!! โว๊วๆๆ ไม่รู้ว่าอ่านกันแล้วจะฮาน้ำลายกระจาย หรือจะถูกใจกันเลือดพุ่งก็มิรู้นะคะ คุฟุฟุฟุฟุ (อะเจ๊ยยยย!!=[]=’)

 

"กลับมาแล้ว...." ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีขาวสะอาดก้าวเข้ามาในห้องพักย่านคอนโดหรูใจกลางเมืองอย่างอารมณ์ดีโดยที่ในมือถือถุงมาชเมลโล่ขนาดใหญ่เอาไว้ไม่ห่างตัว

วันนี้ห้องเงียบแปลกๆ แฮะ…เอ...แต่ปกติก็ไม่ได้เสียงดังอึกกระทึกอยู่แล้วล่ะ

ร่างสูงคิดในใจพลางนึกถึงร่างบางเจ้าของเรือนผมสีนภาเข้มที่มักจะแผ่รังสีชวนสยองขวัญสำหรับใครหลายๆคน แต่สำหรับเขา โรคุโด มุคุโร่ เทียบได้กับแม่บ้านจอมโหด!!แถมยังขี้บ่น!! และอีกมากมายนับไม่ถ้วนที่สามารถกำราบเขาได้อยู่หมัด

แต่ถึงกระนั้น...เขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เขานั้น ทั้งรัก ทั้งห่วง แล้วก็หวงคนๆนั้นมากขนาดไหน...มากเสียจนไม่สามารถรู้เหตุผล และไม่ต้องการเหตุผลใดมาอธิบาย

ดวงตาสีอเมทิสแปลกตามองซ้ายมองขวาหาใครอีกคนหนึ่ง คนที่เขาไม่อยากจะให้รู้ถึงความคิดข้างต้นๆของเขาซะจริงๆ ไม่อย่างนั้นเขาคงโดนมาชเมลโล่ของโปรดยัดคอตาย หรือไม่ก็โดนฆ่าด้วยวิธีที่มนุษย์ปกติไม่ทำกันเป็นแน่แท้ทีเดียว

คิ้วเรียวสวยรับกับดวงตาคมเริ่มขมวดน้อยๆ เมื่อ ไม่มีร่างคุ้นตาปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาเหมือนทุกครั้ง …

"มุคุโร่คุง..." ไม่มีแม้เสียงตอบกลับ...แต่ความเงียบของห้องกว้างก็ทำให้ได้ยินเสียงดังโคล้งเคล้งมาจากในครัวซึ่งเป็นบริเวณที่แทบจะเรียกได้ว่า ‘ร้าง’ ที่สุดในห้องพักกว้างนี้เลยก็ว่าได้
"มุคุโร่คุง?" ร่างสูงพาดเสื้อนอกสีเดียวกันเส้นผมไว้กับพนักโซฟาราคาแพงก่อนจะก้าวยาวๆไปตามต้นเสียงและภาพที่เห็นก็ทำให้เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้

ร่างโปร่งบางเจ้าของเรือนผมสีเข้มประกายและตาสองสีหายากของคนที่เขาเรียกหากำลังยืนเท้าเอวอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารตัวยาว ใบหน้าหวานสวยเปื้อนไปด้วยแป้งขาวๆเช่นเดียวกับตามเนื้อตัวและผ้ากันเปื้อนสีเข้ม  แถมยังเผื่อแผ่ความเปื้อนไปยังสารพัดภาชนะ และอุปกรณ์ทำขนม รวมทั้งเครื่องปรุงต่างๆ ที่วางอยู่เกลื่อนไปหมด โดยที่ข้างๆ กันมีลูกเชอรี่สีแดงสดอยู่เต็มถาดใหญ่

"คุณกลับมาเร็ว" เสียงบ่นอู้อี้จากริมฝีปากบางสวยดังขึ้นทำลายความเงียบแก้เขินกับสภาพตัวเองในตอนนี้ ใบหน้าหวานงอง้ำและขึ้นสีแดงเรื่อทำให้ร่างโปร่งอดที่จะยิ้มกว้างออกมาไม่ได้
“นายกำลังทำอะไรน่ะ” เบียคุรันถามยิ้มๆและพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่หลุดเสียงหัวเราะออกมากับสภาพร่างบางตรงหน้า

ก็ใครเล่าจะไปกล้าคิด!! ว่าคนอย่างโรคุโด มุคุโร่ จะย่างกลายเข้ามาในครัวแบบนี้ แถมรอบๆยังรายล้อมไปด้วยเครื่องปรุงและอุปกรณ์ทำขนมซะด้วย


“วันนี้พวกซาวาดะเอาเชอรี่มาฝาก… แล้วผมลองค้นตู้เย็นดูเห็นพวกแป้งเค้กแล้วก็ของพวกนี้ ผมเลย…นึกสนุก…ลองเอามาทำเค้ก” ตอบพลางหลุบตาลงต่ำหลบสายตาขอร่างตรงหน้าที่ยืนพิงขอบประตูของห้องและจ้องมองอย่างสนใจ
“แล้วไหนล่ะเค้ก??”
“ก็...ยังไม่ได้เรื่องซักที ผมกะจะทำไว้เซอร์ไพรซ์คุณซักหน่อย” เป็นอีกคำตอบที่ทำให้ผู้ยิงคำถามต้องหลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง

หึหึหึ น่ารักแบบนี้ก็เป็นน้า มุคุโร่คุงเนี่ย^^...

“อืม…แล้วแน่ใจนะว่าทำเสร็จแล้วฉันจะกินได้”
“คุฟุฟุฟุ คอยดูฝีมือผมก็แล้วกัน” มุคุโร่ว่าเสียงต่ำ พลางถลกแขนเสื้อตัวใหญ่ขึ้นแล้วลงมือจัดการงานที่ค้างตรงหน้าต่อไป ปล่อยให้ร่างสูงลากเก้าอี้มานั่งดูอยู่เงียบๆ อย่างนั้น

มือเรียวๆ ที่พยายามเช็ดหน้าแต่กลับทำให้เปื้อนแป้งขาวๆ เข้าไปใหญ่ เรียกเสียงหัวเราะจากคนดูได้เป็นระยะ เบียคุรันได้แต่นึกถึงตอนเก็บล้างและทำความสะอาดครัว…คงไม่พ้นเป็นหน้าที่ของเขา แน่ เพราะตอนนี้ แป้ง น้ำตาล ครีม และสารพัด เลอะเต็มทั้งบนโต๊ะ และเคาน์เตอร์ครัว …
เขาหันพนักเก้าอี้มาทางด้านหน้าแล้วเอาคางเกยไว้ มือก็คอยเด็ดเชอรี่บนโต๊ะกินเล่นเพลินๆ จนมุคุโร่ต้องคอยตีห้ามอยู่หลายครั้ง

ไม่นานนักเสียงเตาอบร้องบอกสัญญาณว่าตัวเค้กในตู้อบนั้นกำลังได้ที่พอดี

“อึ๋ย…หวาน” ร่างบางจิ้มชิมครีมที่เตรียมไว้แล้ว พลางทำหน้ามุ่ย

‘สงสัยจะใส่น้ำตาลหนักมือไปหน่อย แย่จัง…’

“ไหน ชิมหน่อยสิ” ร่างสูงที่นั่งเงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นด้วยสายตาเป็นประกาย

‘เราก็หาอะไรสนุกๆทำมั่งดีกว่า….’

“อ่า…ครับ” มุคุโร่ใช้ช้อนเล็กตักครีมเล็กน้อยยื่นให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แต่มือใหญ่กลับคว้าข้อมือบางหมับแล้วดึงเขาเข้ามาใกล้ขณะที่อีกมือหนึ่งก็ดึงช้อนออกไปให้พ้นทาง สร้างความฉงนให้อีกฝ่ายเป็นอย่างมาก

แต่แล้วหน้าเนียนขาวนั้นก็ต้องร้อนฉ่าอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะร่างสูงไม่ได้ชิมครีมจากช้อน แต่ละเลียดปลายลิ้นชิมรสครีมเค้กหวานๆ จากนิ้วของเขาแทน ริมฝีปากนุ่มคลอเคลียปลายนิ้วอย่างยั่วเย้า ทำเอาร่างบางได้แต่ยืนนิ่ง ทำอะไรไม่ถูก ความชุ่มชื้นจากลิ้นร้อนๆ ที่ครอบครองเรียวนิ้วเขานั้นสร้างความรู้สึกวาบหวามได้อย่างประหลาด

“อืม..หวานจริงๆ ด้วย” จอมเจ้าเล่ห์กระซิบพลางช้อนตาหวานฉ่ำขึ้นมองคนที่ยืนแข็งเป็นหินไปเรียบร้อยแล้ว

“อ๊ะ…คุณเบียคุรัน!!!” มุคุโร่ร้องประท้วงด้วยความอายหลังจากยืนไร้สติไปครู่หนึ่ง สร้างเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างเจ้าเล่ห์ของเบียคุรันได้เป็นอย่างดี ร่างสูงลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะเข้าไปประชิดร่างอีกฝ่ายขณะที่มือก็ยังจับข้อมือเรียวบางไว้แน่น ร่างบางเริ่มเห็นลางร้ายจากสายตาที่สื่อความหมายของร่างสูงจึงถอยร่นไปจนติด ขอบเคาน์เตอร์


“ฉันขี้เกียจรอแล้ว”

.........................TBC.........................

T.Talk

ตัดเลยตัดเลย ชับ ชับ ชับ!!!>O<

แวะมาตามสัญญาที่ให้ไว้เมื่อครั้งกระโน้นนนนนนนน

ที่ว่าจะแต่ง 10069 และจะแต่ง NC

ไปๆมาๆ เลยเอามารวมกันซะเลย เป็น 10069 NC เอิ๊กกก!!>O<

ดองบล็อกไว้นานจริงๆ อันเนื่องว่า ชีวิตช่างแสนยุ่งเหยิง

5 5 5 5 5+

คำเตือน!!! Part II เป็น NC นะค้า!!>O<

edit @ 16 Oct 2011 11:02:41 by PimJazz

edit @ 26 Oct 2011 20:21:25 by PimJazz

[Shotfic Reborn] D18 (Dino x Hibari)

HBD Hibari kyoya : Sushi love

 

Title : [Shotfic Reborn] D18 (Dino x Hibari) – HBD Hibari kyoya : Sushi love

Pairing: Dino x Hibari Kyoya D18

Rate : PG

Warning : ฟิคนี้มั่วๆอย่างแรง อันเนื่องจาก เร่งรีบในการแต่งแบบสุดๆ!TOT กลัวไม่ทัน 5/5 (และสุดท้ายก็ไม่ทัน แง๊!!TOT)

 

"ถ้าคุณจะบอกรักใครซักคน คุณจะเริ่มต้นยังไง ฮิบาริ เคียวยะ?"

 ร่างบางขมวดคิ้วมุ่นกับคำถามที่เพิ่งจะได้รับจากบุคคลที่ยืนอยู่ตรงข้ามห่างออกไปเล็กน้อย โรคุโด มุคุโร่...เจ้าของคำถามแปลกๆนั่น  


ร่างบางคลายมือทั้งสองที่กำทอนฟาแน่นไว้ข้างลำตัวเช่นเดียวกันเจ้าของเรือนผมสีน้ำเงินประกายแปลกตาที่อยู่ในอิริยาบถสบายๆไม่เหมือนคนที่เพิ่งจะต่อสู้กันแม้แต่น้อย ตั้งแต่ช่วงเย็นจนท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเข้มทั้งสองไม่ได้ปริปากเอ่ยคำพูดใดๆต่อกันออกมา มีเพียงเสียงกระทับกันของเหล็กจากอาวุธของทั้งสองเท่านั้น จนมาถึงคำถามแปลกๆของเขา

"หึ นึกยังไงถึงถามกันล่ะ จะเอาไปใช้หรือ? เห็นเรื่องบอกรักสำคัญกว่าการต่อสู้กับผมรึไง?" ผู้ถูกถามว่ายิ้มๆก่อนจะถามกลับ พลางนึกถึงบอสแห่งมีลฟีโอเร่ ที่วันๆเอาแต่กินมาชเมลโล่จนแม้แต่จะมองเขาก็ยังขยาด ที่รู้สึกว่าหลังๆมานี่จะเกาะติดคู่ต่อสู้ของเขามากเป็นพิเศษ

"คุฟุฟุฟุ ผมก็แค่ลองถามดูเฉยๆ คุณไม่คิดจะลองตอบหน่อยหรือ" คำตอบของผู้ถูกถามกลับทำให้เจ้าของเรือนผมสีรัตติกาลคลี่ยิ้มน้อยๆอย่างเหนือกว่า สงสัยที่เขาคิดไว้จะไม่ผิดนัก เพราะใบหน้าประดับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย

ร่างบางเสตามองไปรอบๆสวนสาธารณะที่ตอนนี้เงียบสงบ มีแสงไฟจากร้านขายของและร้านอาหารมากมายสายส่องมา รวมไปถึงร้านซูชิเจ้าประจำของเขาด้วย ฮิบาริเผลอสนใจกับรสชาติซูชิหน้าโปรดจนเกือบจะลืมผู้พิทักษ์สายหมอกแห่งวองโกเล่แฟมมิลี่ที่ยืนอยู่ด้วยกัน หากไม่มีเสียงถามซ้ำคำถามเดิมดังขึ้นมา

"ว่าไงล่ะ ถ้าเป็นคุณ..จะเริ่มยังไง"

"อ่าฮะ...ผมคงจะถามเขาว่า 'มีเวลาว่างออกมากินซูชิด้วยกันไหม?' ล่ะมั้ง"
ร่างบางตอบไปเรียบๆราวกับไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่คำตอบนั้นก็ยังคงมาจากก้นบึ้งแห่งความคิดของเจ้าตัว

 

"หึหึ ผมนี่ไม่น่าถามคนอย่างคุณเลยจริงๆ" มุคุโร่ปลงตกกับคำตอบที่ฟังเหมือนขอไปทีของหัวหน้ากรรมการคุมกฎของเมืองนามิโมริ

"คุณคงไม่คิดจะใช้คำพูดนี้กับม้าพยศหรอกนะ" เป็นทีของสายหมอกบ้างที่จะไล่ต้องเมฆาที่ล่องลอยอิสระ
เขาคงพยายามจะเปลี่ยนเรื่อง หรือไม่ก็คงพยายามจะแก้แค้นร่างบางตรงหน้าเป็นแน่แท้ ถึงได้ถามคำถามที่ฮิบาริเลี่ยงที่จะคิดถึง เลี่ยงที่จะหาคำตอบแม้กระทั่งให้กับตัวเองแบบนี้ออกมา

"คุณนี่ช่างทำตัวน่าโมโหจริงๆนะครับ โรคุโด มุคุโร่ ผมไม่ได้เป็นอะไรกับม้าพยศ!!!!" แค่นเสียงตอบพลางกระชับทอนฟาแน่นก่อนจะพุ่งกระโจนเข้าหาเจ้าของตาสองสี

"คุฟุฟุฟุ ผมก็หวังว่าเขาจะคิดได้แบบนายล่ะนะ..."


“เคียวย้าาาาาา>3 เสียงร้องเรียกที่มีเพียงคนเดียวในโลกที่กล้ากับเสียงเลื่อนเปิดประตูห้องรับรองเสียงดังโครมครามทำให้บุคคนในห้องต้องวางหนังสืออ่านเล่นในมือลงบนโต๊ะสี่เหลี่ยมมนหน้าโซฟาตัวยาว และหันมาให้ความสนใจกับผู้มาเยือน เรือนผมสีทองยุ่งเหยิงเป็นเอกลักษณ์เช่นเดียวกับนัยตาสีน้ำพึ่งนวลนั้นทำให้ฮิบาริคิดอยากจะเอาทอนฟาฟาดร่างตรงหน้าซะให้เดินไม่ได้ไปซักเดือนสองเดือน


"สุขสันวันเกิดน้า เคียวยะ!!!"

ดีโน่ร้องเสียงดังแม้คู่สนทนาจะอยู่ห่างเพียงไม่ถึงเมตรพลางใบหน้าคนก็แย้มยิ้มกว้างจนตาคมโตนั้นหยีเล็กจนมองแทบไม่เห็น พร้อมกับในอ้อมแขนกว้างหอบดอกกุหลาบสีขาวช่อโต กล่องของขวัญ ตุ๊กตาฮิเบิร์ดและอีกมากมาย สร้างความฉงนให้กับร่างเล็กเป็นอย่างมากว่า

 

‘เจ้าคนแสนซุ่มซ่ามนี่หอบของมากมายขนาดนี้ขึ้นบันไดมาได้อย่างไม่บุบสลายได้ยังไงกัน??’


“....”

“โธ่ เคียวยะ ไม่เอาน่า วันนี้วันเกิดนายนะ ไปเที่ยวกันเถอะๆๆๆ>///<” บอสใหญ่แห่งคาบัคโรเน่แฟมมิลี่ดูเหมือนจะกระตือรือร้นกับทริปแห่งวันเกิดนี้เป็นพิเศษ สองเท้าย่ำอยู่กับพื้นไปมาอย่างรีบร้อนราวเก็บเด็กเร่งร้อนจะไปเที่ยวสวนสนุกก็ไม่ปาน

“ไม่ว่าง” คำตอบเรียบๆทำให้ดีโน่แทบจะกลายเป็นหินแข็งโป๊กยิ่งกว่าโดนเดือนทะลุจุดศูนย์ของสะนะเสียอีก

“แง๊ เคียวยะใจร้ายอีกแล้ว วันเกิดนายทั้งทีเลยนะ ดูนี่สิๆๆ ตุ๊กตาฮิเบิร์ดนี่ชั้นสั่งทำพิเศษเลยนะ!!>//<” ร่างสูงว่าพลางอุ้มตุ๊กตานกสีเหลืองสดขึ้นมา

“น่าเกลียด...”

“โฮฮฮฮๆๆ เคียวยะทำร้ายจิตรใจชั้นที่สุดเลยTOT”

“...”

“แต่ว่า วันเกิดของนาย ฉันก็มีบางอย่างที่อยากจะบอก”

“...?” แม้สัญญาณตอบรับจะเป็นความเงียบแต่ดีโน่ก็รู้ว่าคนตรงหน้ากำลังตั้งใจฟังอยู่

 

 

“ฉันรักนาย”

ร่างเล็กชะงักไปราวกับมีกระแสไฟฟ้าส่งออกมาพร้อมกับสามคำสั้นๆที่ลอดออกมาเพียงแผ่วเบาจากริมฝีปากบางสวยนั้น
"....."
ห้องทั้งห้องโดนความเงียบเข้าปกคลุมอย่างรวดเร็วจนรู้สึกอึดอัด

สายตาของเจ้าของห้องจับจ้องอยู่แค่เพียงปลายปลายรองเท้าของตรงเองเท่านั้น
"ชั้น..."
ความพยายามที่จะหาคำพูดของฮิบาริประสพความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
ยิ่งเมื่อผมเงยหน้าสบกับดวงตาสีน้ำผึ่งสุขใส ที่บัดนี้ความสดใสของมันได้ถูกความหม่นหมองเข้ามาแทนที่จนมิด....

"ชั้น...."

"ชั้น...ชั้นขอโทษนะเคียวยะ ชั้นพูดอะไรไม่คิดเอง"

ร่างสูงฝืนยิ้มพลางมือใหญ่ที่ยกขึ้นลูบศีรษะคนตัวเล็กกว่าอย่างเคยชิน...แต่นั่นกลับเป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดที่ฮิบาริเคยได้รับจากเขา

"วันนี้ชั้นคงขึ้นเครื่องบินมากไปหน่อยเลยพูดอะไรเพ้อเจ้อ นายคิดซะว่าไม่ได้ยินก็แล้วกัน"

เสียงฝีเท้าหนักหันหลังกลับค่อยๆก้าวเดินออกไปอย่างช้าๆ... เจ้าของดวงตาและรอยยิ้มเศร้าๆนั้นกำลังเดินออกจากประตูไปเงียบๆ …โดยที่เขาไม่ได้พูดอะไรกับคนๆนั้นเลยสักคำ…


 

 

"นี่คุณฮิบาริไม่เคยมองสายตาของคุณดีโน่เวลาที่มองคุณเลยหรือไงกัน!"

ร่างเล็กๆของบอสแห่งวองโกเล่แฟมมิลี่รุ่น10กำลังร้องตะโกนโวยวายใส่เขาราวกับต่อมความกลัวจะหดหายไปซะหมด โดยที่เขาก็แทบจะเรียบเรียงเหตุการณ์ไม่ถูก รู้เพียงแต่ว่าเจ้าสัตว์กินพืชพวกนี้มาแอบทำอะไรลับๆล่อๆหน้าห้องของเขาตอนที่ดีโน่เข้ามาก็เท่านั้น..ดีโน่

“...”
"คุณรู้มั้ย ว่าการที่คนเราจะบอกรักใครสักคน มันต้องใช้ความกล้ามากขนาดไหน!! แล้วคุณจะปล่อยให้มันผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนี้น่ะเหรอครับ!!?" เขาหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดต่อ
“...”
"คุณถามความรู้สึกของตัวเองให้ดีแล้วกัน การที่คนสองคน จะมีความรู้สึกแบบนี้ตรงกันได้มันแทบจะเป็นเรื่องของปาฏิหาริย์เลยนะครับ! ถ้าตอนนี้มันเกิดขึ้นกับคุณล่ะก็ ผมก็ไม่อยากให้คุณนั่งอยู่เฉยๆ มองให้มันหลุดลอยผ่านประตูออกไปหรอกนะครับ..."

“กล้าตะโกนใส่ผมงั้นเหรอ??” ฮิบาริที่เพิ่งจะหลุดออกจากภวังค์คำพูดเค้นเสียงรอดไรฟันถามเรียบๆก่อนจะกระชับทอนฟาไว้กับมือทั้งสองข้าง

“อะ เออ.. หวา แย่แล้ว ขอโทษครับ!!T^T” ซาวาดะ สึนะโยชิ ที่เหมือนจะเพิ่งจิตรหลุดออกไปเมื่อครูพึ่งจะรู้สึกตัวว่าทำอะไรที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตลงไปเสียแล้ว

“เฮ้ย!! เจ้าฮิบาริ! แกทำอะไรรุ่นที่10 ห๊า!!!?” เสียงโหวกเหวกโวยวายอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นจากร่างผมสีเงินแปลกตาที่มาพร้อมกับร่างสูงโปร่งนักกีฬาของโรงเรียน

“เอาน่าๆๆๆ โกคุเทระ ฮาบาริ^^” ยามาโมโตะว่าด้วยท่าทางสบายๆ

“...ผมเกลียดการสุมหัว...!!!!!!!!”

“พลั๊วววววววววว!! โคร่มมมมมมมมมมมมม!!!”



“ตึ้ง ตึ่ง ตึ้ง ตึ่ง...” 

เสียงสัญญาณเลิกเรียนดังก้องไปมาภายในหู ทำให้ร่างบางที่นอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟานุ่มในห้องรับรองต้องปรือตาขึ้นสู้กับแสงอาทิตย์สีส้มอ่อนของยามเย็น

“ครืดดดด~~~~” เสียงเลื่อนประตูเปิดออกของห้องทำให้ฮิบาริที่เพิ่งจะยันตัวลุกขึ้นต้องหันไปมองผู้มาเยือน

"เออ...ขอโทษที่มารบกวน แต่...ฉันจะมาบอกว่า พรุ่งนี้ฉันจะต้องกลับแล้ว...เออ..."
เสียงทุ้มต่ำของดีโน่เอ่ยติดขัดไม่สมกับเป็นคนตรงหน้า แต่เนื้อหาของประโยคก็ทำให้ดวงตาสีดำสนิทนั้นเบิกกว้าง แววตาหวานใสนั้นประกายระริกชั่วครูก่อนจะหายไปโดนที่ร่างสูงไม่ทันได้สังเกตเห็น

“เออ...ฉันแค่จะมาบอกแค่นี้แหละ...”

ว่าเสร็จร่างสูงก็หันหลังกลับออกไปช้าๆโดยที่ไม่มีแม้คำพูดใดๆจากร่างที่ยืนอยู่กลางห้องที่คอยฟังคำพูดเหล่านั้นทั้งหมด...

“ตึก ตึก ตึก ตึก”

ขาเรียวกระชากตัวออกวิ่งอย่างรวดเร็วราวกับไม่ใช่ร่างกายของตัวเอง มือเล็กกระชากกระตูบานเลื่อนของห้องออกสุดแรงเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งที่ค่อยๆเดินจากไปอย่างเงียบๆ

“ดีโน่!!!!!!” เสียงนุ่มร้องตะโกนสุดเสียงหวังว่าจะทำให้ร่างสูงหันกลับมามอง แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี

“...ว่าไง?” เสียงขายรับเบาๆจากร่างสูงทำให้ฮิบาริเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงโปร่งที่หยุดยืนอยู่กับที่ ใบหน้าคมสันหันหลับมามองทางที่เขายืนอยู่ ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มกว้างเช่นเดียวกับดวงตาคมที่หยีเล็กลง ทำให้ร่างบางเผลอคลี่ยิ้มมุมปากบางๆอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

 

 

 

 

 

 


"นาย...พอมีเวลาว่าง ออกมากินซูชิกับฉันไหม?..."


 

………………..Fin………………..

 

T.Talk

เอิ๊กกกกก กลับมาอีกครั้งกับวันเกิดท่านฮิ!>///<

ฟิคนี้อยากจะบอกว่า มั่วเวอร์ๆT^T

แบบว่ากลัวไม่ทันวันเกิดท่านฮิ และสุดท้าย ก็เลยมาซะตั้ง2วัน (แป่ว- -*)

แต่ฟิคนี้ก็แอบมี 10069 เล็กน้อย เอิ๊กๆๆ แต่งคู่นี้ต่อดีมั้ยเนี๊ยๆๆ!!?>O<

edit @ 7 May 2011 18:21:49 by PimJazz

edit @ 15 Oct 2011 15:33:12 by PimJazz

[Super Shotfic!!! Reborn] D18(Dino x Hibari) - Photographs

posted on 02 May 2011 20:26 by disco-pim  in HAPPYFICTION

[Super Shotfic!!! Reborn] D18

 (Dino x Hibari) -Photographs

 

Title : [Super!!! SF Reborn] D18(Dino x Hibari kyoya) - Photographs 

Pairing: Dino x Hibari Kyoya D18

Rate : PG

Warning : Super!! หัวเรื่องก็บอกว่า Super shotfic!เนื้อเรื่องก็จะเป็นไปตามนั้นทุกประการ ชะ เอิง เอย~- -*

 

“แอ๊ด....” เสียงประตูไม่เนื้อดีของห้องนอนใหญ่ถูกเปิดขึ้นช้าๆเผยให้เห็นห้องนอนกว้างขวางสไตล์ยุโรปที่เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ถูกตกแต่งด้วยสีขาวและทองดูหรูหรา ผนังด้านตรงข้ามกับประตูถูกกระจกบานใหญ่ซึ่งเป็นประตูเลื่อนออกไปสู่ระเบียงกว้างกินพื้นที่ไปมากกว่าครึ่ง ทุกมุมของห้องถูกวางประดับด้วยแจกันทรงสูงราคาแพงเช่นเดียวกับโซฟานุ่มที่บุด้วยหนังสีอ่อนเข้าชุดกับโต๊ะกระจกทรงสี่เหลี่ยมมุมโค้งและพรมสีงาช้างเป็นอย่างดี

บริเวณกลางห้องเป็นที่ตั้งของเตียงขนาดใหญ่ปูทับด้วยชุดเครื่องนอนสีอ่อนสว่างตาหากแต่ผ้าห่มและผ้าปูที่นอนนั้นยับยู่ยี่ราวกับชายหนุ่มผู้เปิดประตูเข้ามานั้นลืมเก็บมันหลังจากลุกออกไป แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย...

“ฮืม...” เสียงครางนุ่มในลำคอดังขึ้นเบาๆจากร่างบนเตียงที่ถ้าไม่สังเกตดีๆอาจมองเห็นเพียงกองผ้าห่มขยุกขยุยเท่านั้น ทำให้ร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีน้ำเงินและกางเกงผ้าสบายๆผู้มาใหม่ต้องรีบปิดประตูอย่างรวดเร็วและเบาที่สุด เพราะเกรงว่าแมวน้อยหูดีจะตื่นเสียก่อน

‘เฮ้อออ ให้พักเยอะๆดีกว่า เมื่อคืน กว่าจะได้นอนก็เกือบเช้าแล้วนี่นา’

ร่างสูงคิดพลางวางถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อลงบนโซฟาหนังชั้นดีอย่างเบามือซึ่งภายในเต็มไปด้วยอาหารที่ใช้สำหรับบริโภคเพียงอย่างเดียว ไม่มีแม้วัตถุดิบใดๆทั้งสิ้น!!

“ไปไหนมา??” เสียงนุ่มของร้างบนเตียงดันขึ้นเบาๆแต่ภายในห้องที่เงียบสนิทแบบนี้ก็ทำให้ร่างสูงได้ยินได้อย่างชัดเจน เล่นเอาเจ้าคนโดนถามถึงกับสะดุ้งโหยง ดวงตาสีดำสนิทที่โผล่พ้นขอบผ้าห่มผืนหนามาเล็กน้อยดูเรียบเฉยแต่ยังคงแฝงแววงัวเงียเอาไว้

“ไปข้างนอกนิดหนึ่ง พอดีเห็นนานยังไม่ตื่น เลยไม่อยากปลุก” ดีโน่ชายหนุ่มเรือนผมสีทองธรรมชาติที่บ่งบอกได้ว่ามีเชื้อสายตะวันตกตอบกลับพลางยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินมานั่งบนที่ว่างบนเตียงข้างๆเด็กหนุ่ม มือใหญ่ยกขึ้นลูบศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยผมนิ่มละเอียดสีดำสนิทของคนตรงหน้าเบาๆ

 “ตื่นมาไม่เห็นนาย....” เสียงนุ่มพูดเพียงประโยคสั้นๆ แต่ชายหนุ่มก็เข้าใจความหมายที่มากมายในคำพูดสั้นๆนั้น เพราะนั่นหมายความเป็นนัยได้ว่า

 

‘ตื่นมาไม่เห็นนาย...ฉันตกใจมาก คิดถึงนายจะแย่ ทำให้เช้านี้ฉันไม่สดชื่นเลย’


ชายหนุ่มคิดต่อประโยคเองในใจพลางสีหน้าก็แสดงออกมาอย่างไม่ตั้งใจ

“อย่าคิดอะไรบ้าๆ ฉันแค่หิว” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นว่าอย่างรู้ทันความคิดคนอายุมากกว่า

“โธ่..เคียวยะ ฉันไม่ได้คิดอะไรซักหน่อย ฉันแค่คิดว่าเวลานายตื่นนอนนี่มันน่ารักชะมัดเลยแฮะ! ต่างหาก>///<” ว่าพลางวงแขนแกร่งก็อ้าเกี่ยวร่างเล็กกว่าภายใต้ห่อผ้าห่มมาใกล้หมายจะกอดแน่นๆให้หายหมั่นเขี้ยว หากไม่มีทอนฟามันวาวมากั้นคอเขาเอาไว้เสียก่อน

“ลองทำมากกว่านี้จะขย้ำให้ตาย” ร่างเล็กกว่าที่ตอนนี้ตกอยู่ภายใต้อ้อมกอดหลวมๆว่าเสียงห้าวพร้อมกับแววตาที่ไม่มีประกายความล้อเล่น

 “ฮือT^T เคียวยะใจร้าย”

“....”

“TTOTT”

“....”

“อ๊ะ!นี่....เคียวยะ ฉันซื้ออะไรมาด้วยล่ะ” เมื่อดีโน่เห็นว่าใช้ลูกอ้อนไม่ได้ผลจึงเปลี่ยนประเด็นมายังของที่อยู่ในถุงที่เพิ่งซื้อมาแทน ชายหนุ่มเดินไปคุ้ยของในถุงหลากสีบ่งบอกว่าในเวลาที่ออกไปข้างนอก เขาเทียวเข้าเทียวออกอยู่หลายร้านทีเดียว โดยมีสายตาของร่างบนเตียงคอยเฝ้ามองอย่างเงียบๆ

เสียงกอบแก๊บดังขึ้นต่อเนื่องไม่นานก่อนชายหนุ่มจะหยิบสิ่งของรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกลางออกมาทำให้สังเกตได้ถนัดขึ้นว่ามันเป็นกล้องถ่ายรูปโพราลอยนั่นเอง

“ยิ้มสิเคียวยะ”ชายหนุ่มยกกล้องขึ้นมาระดับสายตาก่อนจะกดชัตเตอร์อย่างไม่รีรอ

‘แชะ’

นายแบบของภาพดูท่าทางจะขัดใจอยู่มากทีเดียวที่จู่ๆช่างภาพโนเนมก้กดชัตเตอร์ซะแบบนั้น สังเกตได้จากที่นายแบบตัวเล็กพยามเอาผ้าห่มบังตัวอยู่บนเตียงราวกับรังไหม

              

“หยุด! เล่นอะไรบ้าๆ” เด็กหนุ่มว่าเสียงรอดไรฟังและโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่มผืนหนาเล็กน้อย
“น่า....เคียวยะ  อีกทีนึงน้า เอ้ายิ้ม”

 

‘แชะ’


คราวนี้เด็กหนุ่มรีบเอาผ้าห่มปิดหน้าแทบไม่ทัน แต่ก็ไม่พ้นช่างภาพมือไวอยู่ดี รูปเลื่อนออกมาอีกครั้งส่งเสียงแปลกๆไปทั่วทั้งห้อง ดีโน่ก้มเก็บรูปทั้งสองแล้วนำมาโชว์ให้เด็กหนุ่มนายแบบของภาพดู ที่ตอนนี้ขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาแล้ว

“ดูนี่สิ...ดูเคียวยะยิ้มสิ น่ารักจัง อ๊ะ...รูปนี้เห็นตาข้างเดียวเอง”
“....”

ถึงแม้จะไม่ได้พูดอะไรแต่เด็กหนุ่มก็ยื่นใบหน้าเล็กของตนเข้ามาดูใกล้ๆอย่างสนใจพอตัวและพิจารณารูปอยู่ซักพัก 

 “รูปนี้...ชั้นให้นายเก็บไว้ได้แค่คนเดียว...” ว่าก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกทาง
 “หือ?? ทำไมล่ะ?” ดีโน่ละสายตาจากรูปมามองเด็กหนุ่มที่เห็นเพียงใบหน้าด้านข้างเท่านั้น
 “เพราะ...”

 

 

 

“สายตาอย่างนี้ชั้นมองนายได้แค่คนเดียว


               

แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวแต่ร่างสูงก็รับรู้ได้ว่าใบหน้าขาวนั้นกำลังแดงเถือกขึ้นมาจนถึงใบหูและแผ่นอกบางเปลือยเปล่าที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมาเล็กน้อย

ถ้อยคำที่ได้ยินทำให้ดีโน่เบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อว่าคำพูดเหล่านั้นหลุดออกมาจากปากคนตรงหน้า แต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่คิดจะสนใจอะไรอีกแล้ว ถึงแม้จะเป็นเพียงในหรือความเป็นจริงก็ตาม

               

“ชั้นก็ถ่ายรูปนายได้คนเดียวเหมือนกัน...เคียวยะ”

ชายหนุ่มคลี่ยิ้มบางพลางคำพุดนุ่มละมุนก็เอ่ยออกมาจากริมฝีปากบาง ทำให้ร่างเล็กต้องหันกลับมามองด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย แต่สำหรับคนสองคน เพียงแค่คำพูดคงไม่สามารถอธิบายความรู้สึกของพวกเขาได้มาก

ริมฝีปากบางประทับเข้ากับริมฝีปากเล็กอวบอิ่มเบาๆลิ้นร้อนแทรกเข้าไปในโพรงปากเล็กอย่างถือสิทธิ์ แต่กลับไม่มีท่าทางขัดขืนจากคนตรงหน้า นั่นอาจเพราะ ไม่ใช่ไม่อยากขัดขืน แต่มิอาจจะฝืนความรู้สึกของตนเองได้มากกว่า...

แขนแกร่งยกขึ้นโอบรอบเอวบางและรำคอระหง ประคองร่างตรงหน้าให้เอนซบบนตัวอย่างเบามือ
               

 

“ฉันรักนาย...เคียวยะ”



……………Fin……………

T.Talk

โหวยๆๆๆๆๆ ชักห่วงสวัสดีภาพบลอกและตนเอง เกรงว่าจะโดนแม่ยก D18 รุม teen อันเนื่องมาจาก ตัดฉับๆๆ แบบไม่เหลือเยื่อใย โฮ๊ะๆๆ

ว่าแล้วนังน้องพิมก็ขอจรลีไปทำการบ้านต่ออย่างเร่งด่วน!

 

ฟิ้วววววววววววววว~~~~~


edit @ 2 May 2011 20:35:37 by PimJazz

edit @ 2 May 2011 23:00:25 by PimJazz

edit @ 15 Oct 2011 15:34:27 by PimJazz

[SF Reborn] XS (Xanxus x Squalo) - Do you miss me??

posted on 29 Apr 2011 23:26 by disco-pim  in FUNNYFICTION

[SF Reborn](XS) - Do you miss me??

 


Title : [SF Reborn] (XS) – Do you miss me??

Pairing: Xanxus x Squalo XS

Rate : PG

Warning : ป๋ารั่ว(เพราะคิดถึงหลาม) โปรดทำใจก่อนอ่าน กร๊าซซ!!>O<

 

“ เปรี้ยง !!!!!” เสียงโทรศัพท์มือถือรุ่นบางเฉียบแข่งกับกระดาษaaที่ไม่ได้ทำอะไรผิดหรือขัดใจเจ้าของแม้แต่นิดแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆแทบไม่เหลือเค้าโครงความแพงเดิมไว้ ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำของผู้เป็นใหญ่ที่สุดในปราสาทแห่งนี้ตะโกนโหวกเหวกโวยวายราวกับกลัวสมาชิกหน่วยหรือแม้แต่ลูกกระจ๊องหน้าปราสาทจะไม่ได้ยิน

 

“โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!”
ฟังดูคล้ายเสียงวัวตัวผู้เหยียบกับระเบิด แต่สาบานได้ว่านั่นก็คือเสียงมนุษย์ปถุชนเดินดินกินเนื้อ (?)นี่แหละ แถมหล่อซะด้วย แม้ว่าหน้าตาตอนนี้จะดูแล้วไม่ต่างไปจากเจ้าHULK ตัวเขียวตอนแปลงร่างเท่าไหร่นักก็ตาม

อะไรทำให้เขาผู้ซึ่งเคยได้ชื่อว่าเข้าใกล้ตำแหน่งบอสรุ่นที่สิบแห่งวองโกเล่ แฟมิลี่มากที่สุด ต้องติ๊ต่างตัวเองว่าเป็นนักเบสบอลมีโปรขว้างโทรศัพท์มือถือแทนลูกบอลด้วยความเร็วราวกับจะทำโฮมรันอย่างนั้นเล่า??

นั่นก็เพราะเจ้ามนุษย์ผู้ซึ่งมี ‘สวะ’ เป็นชื่อเล่น อย่าง สเปลบี สควอโล่ นั่นไงล่ะ!!

 “ เฮ่ย โทรก็ไม่โทรมา อยู่ๆคิดจะไปก็หายหัวไปดื้อๆ โทรไปก็ไม่ติดอีก บ้าชิบ!!” ร่างสูงสบถอย่างหัวเสียพลางเดินวนไปมารอบห้องโดยไม่สนใจว่าฝีเท้าของตัวเองนั้น จะเหยียบย่ำซ้ำเติมเศษซากมือถือที่กลายเป็นอดีตไปแล้วหรือไม่ ก่อนช่วงขาเรียวยาวจะพาร่างกำยำมาหยุดยืนอยู่บนระเบียงของห้อง

‘สงสัยป่านนี้หนีไปอี๋อ๋อ หนุ่มที่ไหนแล้วรึเปล่าวะ!? เจ้าหนูดาบญี่ปุ่นอย่างงั้น เจ้าม้าพยศอย่างงี้ ฮึ่ม! ไปหากันแล้วไงหล่ะ!? หายต๋อม!! ป่านนี้ไปฝึกงมดาบ(ใหญ่ๆ)ในร่มผ้า เอ๊ย!! ในทะเลกันอยู่แล้วมั้งโว๊ย!!!’

คิดพลางมือแกร่งก็ยกขึ้นในระดับอก พลัน เพลิงพิโรธก็ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนที่จุดหมายของมันจะไปหยุด ณ น้ำพุราคาเหยียบเจ็ดหลักกลางลานกว้างของปราสาท

                “ตู๊มมมมมมมมมมมม!!!”

“อุ๊ย ต๊ายยยตายยย บอสนี่อาละวาดซะปราสาทจะกลายเป็นตึกร้างหมดแล้วนะเนี่ยยยย” เสียงแหลมสูงของหญิงสาว(??)เพียงคนเดียวของหน่วยวาเรียดังขึ้นก่อนเจ้าตัวจะชะโงกหน้าออกมาจากส่วนที่เป็นห้องครัวในชุดเครื่องแบบสีเข้มสวมทับด้วยผ้ากันเปื้อนลายหมีพลูและผองเพื่อน

“ชิชิชิชิ ดีจะตายไป เจ้าพวกลูกจ๊อกพากันแห่ไปทำงานกันหมดเพราะจะหนีบอส เราจะได้งานน้อยกว่าเดิมไง” เจ้าชาย(สมมติ : ฟราน) ว่าพลางปามีดสีเงินมันวาวเข้าสู่กลางเป้า และดูเหมือนบางส่วนจะเฉออกนอกทิศทางไปปักอยู่บนหัวกบนุ่มนิ่มของเด็กหนุ่มจอมกวนแห่งหน่วยอยู่มากโขจนดูเหมือนจะจงใจเสียมากกว่า

“เพราะรุ่นพี่เบลกระจอกจนกลัวจะเสียท่าพวกสตรูลูกจ๊อกล่ะสิครับบบ” เสียงนุ่มตามวัยของฟรานดังขึ้นเรียบแม้แต่เจ้าตัวก็แทบจะไม่หันมามองแม้แต่นิด

“แกว่าใครกระจอกฟระ!”

“ฉึก!”

“รุ่นพี่เบลลลล อย่าเอามีดมาปักหัวผมจะได้มั้ยครับบบ??”

“ไม่ได้เฟ้ยย!!”

“ตึ้ง! โคร่มมม!!!”

“ขะ..ขะ ขออภัยด้วยครับท่านแซนซัส อ๊ากกกกก” เสียงราวแผ่นดินไหว7.9ริคเตอร์ดังขึ้นจากชั้นบน ทำให้โคมไฟแชนนาเรียกลางห้องนั่งเล่นไหวโคลงราวจะตกแหล่มิตกแหล่ ตามมาด้วยเสียงคำราม8.9ริคเตอร์ตามมาติดๆ

“โว๊ยยยยยย อย่ามายุ่งเฟ้ยยยย หงุดหงิด คิดถึงหลามมมมมม!!!!”

“ดูซี่ พอสควอโล่ไม่อยู่ก็ไม่มีใครคอยห้ามบอสเลย” เบลว่าพลางปามีดออกไปอีกจำนวนหนึ่ง(และแน่นอน เกินครึ่งตกอยู่บนหัวของฟราน)

“พอได้เห็นรายงานการโจมตีฐานทัพเมโลเน่ของวองโกเล่รุ่นที่สิบที่ม้าพยศส่งมา ก็แหกปากแล้วก็พรวดพราดออกไปแล้วฮ๊า”

“ว่าแต่ แล้วหมอนั่นไปที่ไหน”

“ก็ต้องญี่ปุ่นอยู่แล้วสิฮ๊า ถามได้”

“เลวี่ก็นอนโรงพยาบาล” ลูซเซอเรียพูดพลางบิดตัวไปมา

“รุ่นพี่ลูซทำไมไม่ใช้นกยูงรักษาล่ะครับบ”

“ก็เลวี่อ๊ะ เขาบอกว่าไม่ต้องการนี๊นา เพราะแผลที่ได้รับจากบอสก็คือเหรียญกล้าหาร เลยไม่อยากให้หาย” ว่าพลางเดินเข้าไปในครัวเพื่อทำอาหารเย็นต่อโดยไม่ลืมหยิบถุงมือกันความร้อนลายคิตตี้ติดมือไปด้วย

“ชิชิชิ จะเลิฟเลิฟบอสไปถึงไหนเนี๊ย”

 

“ โอยย คิดมากประสาทจะกิน เล่นเน็ตเข้าเว็บวองโกเล่(??)ดีกว่า! เผื่อจะรู้ข่าวอะไรบ้าง”
ว่าแล้วร่างสูงของผุ้ที่ได้รับฉายาจอมอาละวาทก็จรลีไปนั่งแหมะหน้าโน้ตบุคสีเข้มบางเฉียบที่ถูกซื้อมาแทบจะนับครั้งไม่ถ้วนเหตุเพราะเครื่องเก่าๆเกิดพังขึ้นมาด้วยสาเหตุการเปลี่ยนอารมณ์อย่างกระทันหันของเจ้าตัว


“ อี๊ อ่อ อี๊ อ่ออๆๆๆๆๆๆ” เสียงโมเดมดังขึ้นเป็นสัญญาณ ว่าร่างสูงกำลังเข้าสู่โลกไซเบอร์
“อี๊ๆๆๆๆๆ อ่อๆๆๆๆๆๆ อี๊ดดด ฟิ้ววววว ฟุ่บ!!!”
ไอ้ฟิ้ววววววว ฟุ่บ นี่มันอะไรฟระ!!!!!!! ?? แซนซัสคิดในใจพลางหันไปดูต้นเสียงก็พบว่า โมเดมที่รัก ได้ลาจากไปเป็นที่เรียบร้อย ไฟสีเหลืองที่เป็นสัญญาณขแงการมีชีวิตอยู่ได้หายไปลับไปกับตา
“เฮ่ย เกิดอะไรขึ้น คราวนนี้ตรูไม่ได้เตะปลั๊กหลุดนะเว๊ยยยยยย!!! ”
“Connect เอาใหม่ก็ได้วะ Don’t care!! “
แซนซัสขยับโมเดมสองสามครั้งหรือจะเรียกว่าทุบไปซักสองสามครั้งก็ไม่ผิด ไฟสีเหลืองก็กลับมา แต่แล้วก็เข้าอีหรอบเดิม โมเด็มตัวเก่งชักเริ่มติดนิสัยเจ้าของ ติดๆดับๆตามอารมณ์เสียนี่

“แม่งโว้ย!!!”

คำรามลั่นก่อนจะหันไปเตะเฟอร์นิเจอร์อะไรซักอย่างที่อยู่ใกล้มากที่สุดกระเด็นไปติดประตูไม้ราคาแพงอย่างไม่ใยดี ถึงแม้จะขยับดูอีกรอบแต่แล้ว แต่แล้ว...

“อิ๊!”

โมเดมส่งเสียงออกมาเบาๆก่อนจะลาจากไปเป็นการถาวร....
หา!!!!!!!!
โมเดม เจ๊งง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

“โอ๊ยยยย แม่มเอ๊ย!!! ไอ้โมเดมไม่มีสกุล ไอ้โมเดมเครื่องละ20กีบ!!!!”

แซนซัสตะโกนโหวกเหวกเต้นเร่าๆราวกับเดินเพลิงพิโรธของตัวเองก็ไม่ปาน


 “ฮึ่ม!!!!!!! เจ๊งเหรอ ซื้อใหม่ก็ได้โว๊ย ข้ารวย!!!”

ว่าแล้วชายหนุ่มก็จัดแจงสั่งลูกน้องที่อยู่ใกล้ที่สุด(ในรัศมีหลายสิบเมตร) ให้ออกไปจักการซื้อของตามต้องการและครึ่งชม.ต่อมา ร่างสูงหิ้วโมเด็มเครื่องใหม่ ตรงเข้าไปยังเจ้าคอมพิวเตอร์ทันที โดยไม่ต้องสงสัยว่าโมเดมเครื่องนี้ได้มาจากการสังเวยวันหยุดอันแสนสบายของสมาชิกหน่วยคนหนึ่งเป็นการไปนอนโรงพยาบาลแทน

ไม่กี่นาทีก็สามารถเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบได้ตามต้องการแต่ก่อนที่จะได้เข้าไปยังหน้าเว็บเพจใดๆ ที่หมายมั่นว่าจะมีข่าวคาว เอ๊ย ข่าวคราวของเจ้าฉลามคลั่งนั้น ก็ปรากฏว่ามี เมล์ใหม่เข้ามาหาเขาพอดี

“ใครวะ!! ขัดจังหวะจริง” แต่ก็ยังคงเปิดอีเมล์ดูอย่างเสียไม่ได้

 

‘From : Dino Cavallone
Subject: DO YOU MISS ME?!!!’

ม้าพยศ!!!!!
ไอ้ม้าพยศ ดีโน่!!!!!!!!!!

 อะไรกันเนี่ย!!!!!!!!!!
แซนซัสงงเป็นไลเกอร์ตาแตกเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง และหัวเรื่อง นี่มันเรื่องอะไรกันล่ะเนี่ย ไม่ใช่ว่าเจ้าม้านั่นเกิดเปลี่ยนรสนิยมจากเด็กๆเอ๊าะๆมาเป็นเถื่อนๆหรอกนะ คิดพลางขนคิ้วกระตุกยิ๊กๆอย่างนึกหวั่น

และเพื่อตอนสนองความอยากรู้อยากเห็นนั้นเขาก็รีบอ่านข้อความต่อมาทันที

 

‘ว่าไงแซนซัส นายคงจะแปลกใจสินะที่ชั้นส่งเมล์มาให้ คนที่ตั้งใจส่งมาหน่ะไม่ใช่ชั้นหรอก มีไอ้ฉลามบ้าคนหนึ่งพยายามบีบเค้นคอให้ชั้นส่งมาให้ได้ และชั้นก็ต้องทำตามซะด้วยเพราะชั้นห่วงสวัสดิภาพของเมีย เอ๊ย! เคียวยะกลัวว่าจะกลายเป็นแม่ม่ายไปซะก่อน เพราะพอบอกขัดนิดหน่อยก็เล่นเอาดาบจ่อคอหอยซะงั้น พวกนายนี่ซึมซับนิสัยกันดีชะมัด พับผ่าสิ!! หมอนั่นย้ำว่าต้องส่งมาให้ได้ ชั้นไล่ให้มันไปทำE-mail address ของตัวเองก็ไม่ยอมทำ อ้างอยู่ได้ว่า อินเตอร์เน็ทมันน่ากลัว จริงๆแล้วเจ้านั่นมันใช้ไม่เป็นใช่มั้ยล่ะ เหอะ! อยู่ด้วยกันก็หัดสอนกันทำอย่างอื่นซะบ้างนะ ไม่ใช่มัวแต่... เอ๊ย! ช่างมันเถอะ!
               เจ้านั่นบอกว่าให้ชั้นส่งรูปนี้มาให้นาย (ชั้นว่ารูปนี้มันน่ากลัวยิ่งกว่าดาบที่จ่อคอชั้นอยู่ตอนนี้ซะอีก) หลังจากที่มันใช้เวลาทั้งหมดของช่วงพักพยายามวาดรูปนี้ขึ้นมา (สาบานได้ว่ามันให้เจ้าพวกหนูวองโกเล่ช่วย!!) ชั้นเลยเห็นใจในความพยายามของมันเลยส่งมาให้ ชั้นจะไม่บอกว่าว่าใครหรอก เพราะนายคงรู้ได้เองจากรูปนี้

Ps. ว่าก็ว่าเถอะนะ ไอ้นิสัยเอะอะทำลายข้าวของของพวกนายนี่ ใครติดจากใครกันแน่ฟระ!!?

Good luck
Dino Cavallone’



                แซนซัสมองรูปวาดสีสันธรรมดาๆไม่วางตาด้วยอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา ดวงตาสีชาดทั้งสองข้างเฝ้ามองและจดจำซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างพึงพอใจ ราวกับว่ารูปเละๆที่เต็มไปด้วยสีสันมากมายจนแทบไม่สามารถหาจุดหมายที่เจ้าของภาพจะสื่อได้นั่นเป็นรูปที่งดงามที่สุดในโลก

สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่ามันเป็นขยะแต่สำหรับเขาแล้ว มันมีค่ายิ่งกว่า ภาพวาดของจิตกรเอกทุกคนในโลกรวมกันซะอีก

เพียงแค่หนึ่งภาพก็ยิ่งกว่าล้านคำบรรยาย

 

 

 

 

 


“ ฉันก็คิดถึงแก...ไอ้สวะ”

 

naritsra-js100


……….Fin……….

 

T.Talk

ไม่รู้ว่าเกิดนึกคึกอะไรแต่งขึ้นมา คงเพราะไปไล่ดูรีบอร์นย้อนหลังมา

ในตอนประมาณ140-150กว่าๆ บังเอิ๊ญญญญ ไปเจอตอนที่พอจะจิ้นได้พอดี

เลยยกบทพูดในตอนนั้นเข้ามาใส่ไว้ตอนกลางๆซะเยอะ

(ลอกบทเมะมาทั้งดุ้นก็ว่าได้ เอ๊า!) 5 5 5+

สุดท้ายแล้วตอนกลางๆก็แอบออกทะเลไปเยอะโข

โมเดมป๋าเจ๊ง?? ทำไปได้- -*

edit @ 29 Apr 2011 23:40:57 by PimJazz

edit @ 29 Apr 2011 23:41:55 by PimJazz

edit @ 15 Oct 2011 15:35:16 by PimJazz


ShoutMix chat widget

Favourites